odoo erp costing wip

รู้ต้นทุนที่แท้จริงด้วย Odoo ERP – หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ

odoo erp costing wip

รู้ต้นทุนที่แท้จริงด้วย Odoo ERP – หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ

การคำนวณต้นทุน Odoo ERP คือหัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ ช่วยให้เห็นต้นทุนจริงตั้งแต่การซื้อ วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึง WIP เพื่อให้ SME ไทยควบคุมกำไรและเติบโตอย่างมั่นคง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น การผลิต (Manufacturing), การซื้อขาย (Trading) หรือแม้แต่ งานบริการ (Service) คือการ รู้ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าและบริการ เพราะ “กำไร” ไม่ได้เกิดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ความแม่นยำในการควบคุมและบริหารต้นทุน

Odoo ERP ถือเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ โดยมี Core Pillar: Accurate Costing ที่ช่วยให้ผู้บริหารและทีมงานเห็นต้นทุนจริงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ → การผลิต → การขาย → การปิดงบ


ทำไม “การรู้ต้นทุนที่ถูกต้อง” ถึงเป็น Core Pillar

  1. กำหนดราคาขายได้แม่นยำ
    ถ้าต้นทุนไม่ชัดเจน การตั้งราคาขายอาจทำให้กำไรหายไปโดยไม่รู้ตัว
  2. ควบคุมกำไรขั้นต้น (Gross Margin)
    ผู้บริหารสามารถเห็นว่าแต่ละสินค้า/โปรเจกต์ทำกำไรจริงหรือไม่
  3. วัดประสิทธิภาพการผลิต
    การเปรียบเทียบ ต้นทุนมาตรฐาน (Standard Cost) กับ ต้นทุนจริง (Actual Cost) ทำให้รู้จุดรั่วไหล
  4. ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
    ข้อมูลต้นทุนที่ถูกต้องช่วยให้เลือกว่าจะ ผลิตเอง, จ้างผลิต หรือปรับปรุงกระบวนการ

การลงต้นทุนใน Odoo

Odoo รองรับการลงต้นทุนหลายรูปแบบ โดยอิงกับ Costing Method ที่เลือกใช้

  1. Standard Price (ต้นทุนมาตรฐาน)
    • ผู้ใช้กำหนดราคาต้นทุนคงที่ (เช่น 100 บาทต่อหน่วย)
    • เหมาะสำหรับการคุมต้นทุนง่าย ๆ แต่ไม่สะท้อนราคาจริง
  2. Average Cost (ต้นทุนถัวเฉลี่ย)
    • ทุกครั้งที่มีการซื้อสินค้า → ระบบจะคำนวณถัวเฉลี่ยต้นทุนใหม่
    • เหมาะกับธุรกิจซื้อขายสินค้าที่ราคาขึ้นลงบ่อย
  3. FIFO (First In First Out)
    • สินค้าที่เข้ามาก่อน → ออกก่อน
    • เหมาะกับการผลิตและธุรกิจที่ราคาสินค้าผันผวน

การบันทึกต้นทุนประกอบด้วย:

  • Cost of Goods Purchased → ราคาซื้อ + ค่าขนส่ง + ภาษีนำเข้า (Landed Costs)
  • Cost of Manufacturing → วัตถุดิบ + ค่าแรง + ค่าเครื่องจักร
  • Cost of Services → เวลาพนักงาน + ค่าใช้จ่ายตรงอื่น ๆ

การคำนวณต้นทุนใน Odoo

เมื่อมีการ ผลิต / ขายสินค้า Odoo จะคำนวณต้นทุนโดยอัตโนมัติ

  1. กรณีซื้อขาย (Trading)
    • ซื้อสินค้ามา → ต้นทุน = ราคาซื้อ + ค่าใช้จ่ายที่กระจาย (Landed Cost)
    • ขายออก → ตัดสต็อกตาม Method ที่เลือก (FIFO / Average)
  2. กรณีการผลิต (Manufacturing)
    • วัตถุดิบที่ใช้ (Raw Material) จะถูกตัดสต็อกและบันทึกเป็นต้นทุน
    • ค่าแรง (Work Center / Labor Time) และค่าเครื่องจักรสามารถตั้งค่าให้ระบบคิดเป็นต้นทุนได้
    • ต้นทุนรวม = Raw Material + Labor + Overhead
  3. กรณีงานบริการ (Service)
    • ใช้ Timesheet ในการบันทึกเวลาทำงาน
    • เวลาที่ลงไปจะถูกแปลงเป็นต้นทุน และเชื่อมกับ Project/Job

WIP (Work in Progress) ใน Odoo

ในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ Manufacturing และ Project-based Service มักเจอปัญหาคือ ต้นทุนยังไม่เสร็จสิ้น แต่ต้องการบันทึกเพื่อสะท้อนสถานะทางบัญชี → Odoo รองรับ WIP

  • Manufacturing WIP
    • เมื่อตัดวัตถุดิบเข้าสู่การผลิต → ระบบจะย้ายมูลค่าจาก Inventory → WIP Account
    • เมื่อผลิตเสร็จ → ระบบจะย้ายจาก WIP → Finished Goods Account
    • ผู้บริหารจึงเห็นว่า ณ เวลานี้ ต้นทุนที่อยู่ในกระบวนการเท่าไหร่
  • Service WIP (Project/Timesheet)
    • หากทีมงานลงเวลาทำงานแล้ว แต่ยังไม่วางบิล → ต้นทุนจะอยู่ในบัญชี WIP
    • เมื่อปิดโปรเจกต์หรือออกบิล → ระบบย้ายจาก WIP → COGS

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ

  1. ความโปร่งใสด้านต้นทุน → เห็นว่าแต่ละงาน/สินค้ากินต้นทุนจริงเท่าไร
  2. กำไรชัดเจนขึ้น → คำนวณได้ทั้ง Gross Margin และ Net Margin แบบ Real-time
  3. การคุมการเงินที่แข็งแรง → ลดการผิดพลาดจากการใช้ Excel หรือการคาดเดา
  4. ปรับกลยุทธ์ธุรกิจได้ไว → ตัดสินใจได้ว่าจะเพิ่มราคา, ลดต้นทุน หรือเปลี่ยนกระบวนการ

สรุป

การรู้ต้นทุนที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่อง “บัญชี” แต่คือ Core Pillar ของการบริหารธุรกิจ Odoo ERP ช่วยให้ข้อมูลต้นทุนเชื่อมโยงตั้งแต่การซื้อ → การผลิต → การขาย → การปิดงบการเงิน พร้อมทั้งรองรับ WIP ที่สะท้อนสถานะต้นทุนจริง ทำให้ผู้บริหารมั่นใจได้ว่า “ตัวเลขที่เห็น” คือ “ตัวเลขที่ใช่”

ด้วย Accurate Costing ผ่าน Odoo ERP → องค์กรสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาด

Share the Post:

Related Posts