from due date to do date software development

From Due Date to Do Date: เปลี่ยนมุมมองเพื่อให้งานซอฟต์แวร์สำเร็จจริง

from due date to do date software development

From Due Date to Do Date: เปลี่ยนมุมมองเพื่อให้งานซอฟต์แวร์สำเร็จจริง

From Due Date to Do Date: เทคนิคจัดการงาน Software Development ให้สำเร็จตรงเวลา

ในวงการ Software Development และ Project Management คำว่า Due Date เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักกันดี หมายถึงวันที่ต้องส่งมอบงานหรือฟีเจอร์ให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริง หลายโปรเจกต์มักเริ่มงานช้ากว่าที่ควร จนต้องเร่งทำใกล้เดดไลน์ ส่งผลให้คุณภาพงานลดลงและทีมเกิดความเครียดสูง

ที่ IMOTIF เราพบว่า การเปลี่ยนมุมมองจากการโฟกัส Due Date มาให้ความสำคัญกับ Do Date (วันที่จะเริ่มทำงานจริง) ช่วยให้โปรเจกต์เดินหน้าอย่างราบรื่น คุณภาพงานสูงขึ้น และลดปัญหาการทำงานล่าช้าได้มาก


ปัญหาของการโฟกัสแค่ Due Date

  1. งานกองจนใกล้เดดไลน์ ทำให้ต้องเร่งทำและข้ามขั้นตอนที่สำคัญ
  2. การทดสอบไม่เพียงพอ (Testing/QA) เสี่ยงให้บั๊กหลุดไป Production
  3. ทีมเหนื่อยล้า (Burnout) เพราะต้องทำงานหนักในช่วงท้าย
  4. ขาดการลำดับความสำคัญของงาน ทำให้เริ่มงานช้ากว่าที่ควร

Do Date คืออะไร

Do Date คือวันที่เราจะเริ่มลงมือทำงาน ไม่ใช่รอจนใกล้ Due Date
ตัวอย่าง: ถ้าโปรเจกต์ต้องส่งวันที่ 30 กันยายน และใช้เวลาพัฒนารวม 10 วัน เราอาจตั้ง Do Date ไว้วันที่ 15 กันยายน เพื่อให้มีเวลาทดสอบและแก้ไขก่อนส่งมอบ


วิธีนำ Do Date มาใช้ใน Software Development

  1. แตกงานใหญ่ออกเป็นงานย่อย (Break Down Tasks)
    • ใช้ Agile/Scrum แบ่ง Epic → Story → Task
    • ระบุทั้ง Do Date และ Due Date ในแต่ละงาน
  2. Backward Planning
    • เริ่มจาก Due Date แล้วถอยหลังมาหาวันที่ต้องเริ่มทำ
    • เผื่อเวลา Review, Testing, และ Feedback
  3. ใช้เครื่องมือวางแผน
    • Jira, Trello, Asana สามารถตั้ง Start Date (Do Date) และ Due Date ได้
    • ทำให้ทีมเห็นภาพว่า “ต้องเริ่มเมื่อไหร่” ไม่ใช่แค่ “ต้องเสร็จเมื่อไหร่”
  4. สื่อสารให้ทีมเข้าใจ
    • ใน Standup Meeting ควรพูดถึงงานที่จะเริ่มวันนี้ เพื่อให้ทุกคนมีจุดโฟกัสร่วมกัน

ตัวอย่างจากประสบการณ์ IMOTIF

ก่อนใช้ Do Date: ทีมเริ่มทำงานเพียง 5 วันก่อน Go-live ทำให้ QA ได้เทสแค่ครึ่งวัน ผลคือบั๊กขึ้น Production ต้อง Hotfix
หลังใช้ Do Date: ทีมตั้งวันเริ่มที่แน่นอน 10 วันก่อน Due Date ได้เวลาทดสอบเต็มที่และไม่มีบั๊กหลุดหลังเปิดระบบ


สรุป

  • Due Date = วันส่งมอบ
  • Do Date = วันเริ่มทำ
  • การกำหนด Do Date ช่วยเพิ่มคุณภาพงาน ลดความเครียด และทำให้การพัฒนา Software เป็นระบบมากขึ้น
  • ที่ IMOTIF เรานำแนวคิดนี้ไปใช้ในทุกโปรเจกต์ เพื่อให้ลูกค้าได้ผลงานที่ดีที่สุด ตรงเวลา และมีคุณภาพ

📌 สนใจปรับกระบวนการทำงานซอฟต์แวร์ให้มีประสิทธิภาพ ติดต่อเราได้ที่ IMOTIF.io
เราพร้อมช่วยวางระบบ Project Management และ Software Development Process ที่เหมาะกับทีมของคุณ

Share the Post:

Related Posts