Odoo รับรอง สรรพากรไหม? ใช้ทำบัญชีไทยได้หรือไม่ | IMOTIF

odoo-accounting-thailand-revenue-department

Odoo รับรอง สรรพากรไหม? ใช้ทำบัญชีไทยได้หรือไม่ | IMOTIF

ต้องผ่านการรับรองจากสรรพากรหรือไม่? ใช้ได้ถูกกฎหมายแค่ไหน

หลายองค์กรที่กำลังมองหาระบบ ERP มักมีคำถามสำคัญจากฝ่ายบัญชีหรือผู้สอบบัญชีว่า
“โปรแกรม Odoo ต้องผ่านการรับรองจากกรมสรรพากรไทยหรือไม่”
และถ้าไม่ผ่าน จะมีความเสี่ยงทางกฎหมายหรือไม่

บทความนี้จะอธิบาย ข้อเท็จจริงตามกฎหมายไทย พร้อม Case Study จากการใช้งานจริงของ IMOTIF
เพื่อให้ผู้บริหารและฝ่ายบัญชีเข้าใจภาพรวมอย่างถูกต้อง


สรรพากรไทย “รับรองโปรแกรมบัญชี” หรือไม่?

คำตอบคือ: ไม่

ในประเทศไทย
กรมสรรพากร ไม่มีระบบการรับรองโปรแกรมบัญชีหรือ ERP ใด ๆ
ไม่ว่าจะเป็น ERP ระดับโลกหรือระบบพัฒนาเอง

สิ่งที่สรรพากรพิจารณา คือ

  • ความถูกต้องของข้อมูลทางบัญชี
  • การบันทึกแบบ Double Entry
  • การตรวจสอบย้อนหลังได้ (Audit Trail)
  • การปิดงวดบัญชีอย่างถูกต้อง
  • เอกสารภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

สรรพากรตรวจ “ข้อมูล” ไม่ได้ตรวจ “ชื่อโปรแกรม”

ดังนั้นการใช้ Odoo
จึง ไม่ผิดกฎหมาย หากมีการตั้งค่าระบบบัญชีอย่างถูกต้อง


แล้วระบบใดบ้างที่ “ต้องผ่านการรับรองจริง”

e-Tax Invoice & e-Receipt

ระบบที่ต้องผ่านการรับรองจากสรรพากรจริง ๆ คือ
ระบบออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice / e-Receipt)

โดย:

  • ผู้ให้บริการต้องได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร
  • ERP อย่าง Odoo ไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรองเอง
  • แต่ต้อง เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ e-Tax ที่ได้รับการรับรอง

ในทางปฏิบัติ:

Odoo ทำหน้าที่เป็น “ระบบต้นทาง”
ส่วน e-Tax Provider ทำหน้าที่ลงลายเซ็นและส่งข้อมูลให้สรรพากร


Odoo รองรับงานบัญชีไทยได้อย่างไร

จากประสบการณ์ของ IMOTIF ในการ Implement Odoo ให้ลูกค้าไทย
Odoo สามารถรองรับงานบัญชีได้ครบถ้วน เช่น

  • ระบบบัญชี Double Entry
  • Chart of Accounts ตามมาตรฐานไทย
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)
  • Lock งวดบัญชี
  • Audit Trail ทุกการแก้ไข
  • รายงานสำหรับ Auditor และผู้สอบบัญชี
  • แยกสาขา / บริษัท / โครงการ

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ “ใช้ Odoo ได้ไหม”
แต่คือ “ตั้งค่า Odoo ถูกต้องหรือไม่”


Case Study: การใช้งาน Odoo กับลูกค้า IMOTIF

สถานการณ์ของลูกค้า

  • เป็นธุรกิจ SME – Mid Size
  • ใช้ Flow / โปรแกรมบัญชีแยกจาก ERP เดิม
  • มี Pain Point เรื่องข้อมูลไม่ตรงกัน
  • Auditor ต้องการระบบที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

แนวทางของ IMOTIF

  • วาง Accounting Flow ใหม่บน Odoo
  • ปรับ Chart of Accounts ให้ตรงมาตรฐานไทย
  • ตั้งค่า VAT / WHT / งวดบัญชี
  • เชื่อมต่อ e-Tax Invoice กับ Provider ที่ได้รับการรับรอง
  • สร้างรายงานเฉพาะสำหรับ Auditor

ผลลัพธ์

  • ฝ่ายบัญชีทำงานง่ายขึ้น
  • Auditor ตรวจงานได้เร็วขึ้น
  • ไม่มีประเด็นปัญหาจากสรรพากร
  • ลดงาน Manual และความผิดพลาดซ้ำซ้อน

แล้ว “การรับรอง” ให้ประโยชน์อะไรหรือไม่?

ในทางกฎหมายและภาษี:

  • ❌ ไม่ได้ลดโอกาสถูกตรวจ
  • ❌ ไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • ❌ ไม่ได้การันตีว่าไม่ผิด

สิ่งที่สำคัญจริงคือ:

  • การออกแบบระบบบัญชี
  • การควบคุมข้อมูล
  • การเชื่อมต่อ e-Tax อย่างถูกต้อง

มุมมองจาก IMOTIF

IMOTIF มองว่า
ความเสี่ยงขององค์กรไม่ได้อยู่ที่ “เลือก ERP ตัวไหน”
แต่อยู่ที่

  • ใครเป็นคนออกแบบระบบ
  • เข้าใจกฎหมายไทยแค่ไหน
  • วาง Flow บัญชีถูกต้องหรือไม่

เราจึงไม่ได้ขายแค่ซอฟต์แวร์
แต่ขาย ความถูกต้อง + ความตรวจสอบได้ + ความมั่นใจในระยะยาว


สรุป

  • Odoo ไม่จำเป็นต้องผ่านการรับรองจากสรรพากร
  • สรรพากรตรวจข้อมูล ไม่ได้ตรวจชื่อโปรแกรม
  • e-Tax Invoice ต้องใช้ Provider ที่ได้รับการรับรอง
  • การ Implement ที่ถูกต้องสำคัญกว่าตัว Software

หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาใช้ Odoo
หรือมีคำถามด้านบัญชี ภาษี และ e-Tax

IMOTIF พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบและตรงกฎหมายไทย

Share the Post:

Related Posts