เทียบกับ Odoo Enterprise บน Odoo.sh — แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณจริงๆ?
ถ้าคุณกำลังมองหาระบบ ERP อย่าง Odoo คำถามที่มักจะเจอเป็นอันดับแรกคือ
“ควรใช้ Odoo Community แล้วตั้ง Server เองดีไหม หรือเลือก Odoo Enterprise บน Odoo.sh ไปเลย?”
คำถามนี้ ไม่มีคำตอบตายตัว
แต่มีคำตอบที่ “เหมาะกับธุรกิจคุณ” มากกว่า และบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังจะใช้ Odoo กับธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่ทดลองระบบ
ทางเลือกที่ 1: Odoo Community + Setup Server เอง
อิสระสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม
Odoo Community เป็น Open Source ที่หลายบริษัทเริ่มต้น เพราะ “ไม่มีค่า License” และสามารถควบคุมระบบได้เอง 100%
โครงสร้างที่คุณต้องมี (จริง ไม่ได้ขู่)
การ Setup Odoo Community แบบ Production ไม่ได้มีแค่
“เช่า VPS แล้วลง Odoo”
แต่ต้องคิดครบทั้งระบบ เช่น
- Cloud Server (AWS / GCP / Azure / On-prem)
- OS Hardening & Security Patch
- Firewall / Network Rule
- Database Backup (Daily / Weekly / Off-site)
- Monitoring (CPU, RAM, Disk, Service)
- Load Balancer (ถ้ามีผู้ใช้หลายคน)
- Disaster Recovery Plan (ถ้า Server ล่ม)
ข้อดี
- ไม่มีค่า License ต่อผู้ใช้
- Customize ได้อิสระมาก
- เหมาะกับทีม IT ที่แข็งแรงจริง
ข้อจำกัดที่มักเจอในชีวิตจริง
- ❌ ไม่มี WAF ป้องกัน Bot / DDoS / Brute force โดยอัตโนมัติ
- ❌ Backup ทำเอง → ลืม / พัง / Restore ไม่ได้
- ❌ Server ล่ม = ธุรกิจหยุด
- ❌ Security เป็นภาระของเจ้าของระบบ 100%
หลายบริษัทเริ่มจาก Community
แต่สุดท้ายต้อง “ย้ายระบบ” เพราะต้นทุนแฝงสูงกว่าที่คิด
ทางเลือกที่ 2: Odoo Enterprise + Odoo.sh
แพงกว่า แต่เสถียรและเหมาะกับการทำธุรกิจจริง
Odoo.sh คือ Cloud Platform ที่ Odoo ออกแบบมาเพื่อ Production โดยเฉพาะ
สิ่งที่คุณได้ “ทันที”
- ✅ Web Application Firewall (WAF)
- ✅ Load Balancer รองรับผู้ใช้จำนวนมาก
- ✅ Automated Backup & Restore
- ✅ Monitoring ระดับ Enterprise
- ✅ CI/CD สำหรับ Deploy Module
- ✅ Staging / Production แยกชัดเจน
ทั้งหมดนี้คือ ต้นทุนที่บริษัทส่วนใหญ่มักประเมินต่ำไป หากทำเอง
ข้อดี
- เสถียร ปลอดภัย พร้อมใช้งานจริง
- ลดความเสี่ยงด้าน Security
- ทีมงานโฟกัส “ธุรกิจ” ไม่ใช่ “แก้ Server”
สิ่งที่ต้องยอมรับ
- มีค่า License Odoo Enterprise
- ค่า Odoo.sh ต่อ Project / Database
- ต้องวางโครงสร้างตั้งแต่ต้นให้ถูก
แต่ถ้าคิดเป็น “ต้นทุนธุรกิจ”
Odoo.sh มักถูกกว่าการจ้างทีมดูแล Infra ระยะยาว
เปรียบเทียบแบบสรุปชัดๆ
| ประเด็น | Community + Self-Host | Enterprise + Odoo.sh |
|---|---|---|
| ค่า License | ไม่มี | มี |
| Security | ทำเองทั้งหมด | มี WAF + Security Built-in |
| Backup | ต้องจัดการเอง | Automatic |
| Load Balance | ต้อง Setup เพิ่ม | พร้อมใช้งาน |
| Monitoring | เพิ่มเอง | มี |
| ความเสี่ยง | สูง | ต่ำ |
| เหมาะกับ | ทีม IT แข็งมาก | ธุรกิจที่ต้องการเสถียรภาพ |
แล้วธุรกิจแบบไหนควรเลือกอะไร?
เหมาะกับ Odoo Community
- ใช้ภายในเล็กๆ
- มีทีม IT In-house ที่ดูแล Infra ได้จริง
- รับความเสี่ยงด้าน Downtime ได้
เหมาะกับ Odoo Enterprise + Odoo.sh
- ใช้เป็นระบบหลักขององค์กร
- มีผู้ใช้งานหลายแผนก
- ข้อมูลมีความสำคัญ (บัญชี / สต๊อก / ลูกค้า)
- ต้องการ SLA และความมั่นใจระยะยาว
ทำไมหลายบริษัทเลือกให้ IMOTIF ดูแลตั้งแต่ต้น?
เพราะการเลือก “ผิดตั้งแต่ Architecture”
มักทำให้เสีย เงิน + เวลา + โอกาส มากกว่าค่า License หลายเท่า
IMOTIF ไม่ได้แค่ “ติดตั้ง Odoo”
แต่ช่วยคุณ
- วิเคราะห์ว่า ควรใช้ Community หรือ Enterprise
- ออกแบบ Cloud & Security ให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ
- วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (ไม่บานปลาย)
- Implement Odoo ให้พร้อมใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ Demo
สรุปสำหรับผู้บริหาร
ถ้า Odoo เป็น “หัวใจของธุรกิจ”
อย่ามองแค่ราคาวันแรก
แต่ให้มอง ความเสี่ยงใน 3–5 ปีข้างหน้า
บางครั้งการจ่ายแพงกว่าเล็กน้อย
คือการประหยัดที่ฉลาดที่สุด
👉 สนใจปรึกษาโครงสร้าง Odoo ที่เหมาะกับธุรกิจคุณ?
ทีม IMOTIF ยินดีประเมินให้แบบตรงไปตรงมา
ก่อนตัดสินใจลงทุน
ดูบริการของเรา หรือ 📩 ติดต่อเรา | ขอคำปรึกษา Odoo ฟรี