หนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น การผลิต (Manufacturing), การซื้อขาย (Trading) หรือแม้แต่ งานบริการ (Service) คือการ รู้ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าและบริการ เพราะ “กำไร” ไม่ได้เกิดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ความแม่นยำในการควบคุมและบริหารต้นทุน
Odoo ERP ถือเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ โดยมี Core Pillar: Accurate Costing ที่ช่วยให้ผู้บริหารและทีมงานเห็นต้นทุนจริงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ → การผลิต → การขาย → การปิดงบ

ทำไม “การรู้ต้นทุนที่ถูกต้อง” ถึงเป็น Core Pillar
- กำหนดราคาขายได้แม่นยำ
ถ้าต้นทุนไม่ชัดเจน การตั้งราคาขายอาจทำให้กำไรหายไปโดยไม่รู้ตัว - ควบคุมกำไรขั้นต้น (Gross Margin)
ผู้บริหารสามารถเห็นว่าแต่ละสินค้า/โปรเจกต์ทำกำไรจริงหรือไม่ - วัดประสิทธิภาพการผลิต
การเปรียบเทียบ ต้นทุนมาตรฐาน (Standard Cost) กับ ต้นทุนจริง (Actual Cost) ทำให้รู้จุดรั่วไหล - ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ข้อมูลต้นทุนที่ถูกต้องช่วยให้เลือกว่าจะ ผลิตเอง, จ้างผลิต หรือปรับปรุงกระบวนการ
การลงต้นทุนใน Odoo
Odoo รองรับการลงต้นทุนหลายรูปแบบ โดยอิงกับ Costing Method ที่เลือกใช้
- Standard Price (ต้นทุนมาตรฐาน)
- ผู้ใช้กำหนดราคาต้นทุนคงที่ (เช่น 100 บาทต่อหน่วย)
- เหมาะสำหรับการคุมต้นทุนง่าย ๆ แต่ไม่สะท้อนราคาจริง
- Average Cost (ต้นทุนถัวเฉลี่ย)
- ทุกครั้งที่มีการซื้อสินค้า → ระบบจะคำนวณถัวเฉลี่ยต้นทุนใหม่
- เหมาะกับธุรกิจซื้อขายสินค้าที่ราคาขึ้นลงบ่อย
- FIFO (First In First Out)
- สินค้าที่เข้ามาก่อน → ออกก่อน
- เหมาะกับการผลิตและธุรกิจที่ราคาสินค้าผันผวน

การบันทึกต้นทุนประกอบด้วย:
- Cost of Goods Purchased → ราคาซื้อ + ค่าขนส่ง + ภาษีนำเข้า (Landed Costs)
- Cost of Manufacturing → วัตถุดิบ + ค่าแรง + ค่าเครื่องจักร
- Cost of Services → เวลาพนักงาน + ค่าใช้จ่ายตรงอื่น ๆ
การคำนวณต้นทุนใน Odoo
เมื่อมีการ ผลิต / ขายสินค้า Odoo จะคำนวณต้นทุนโดยอัตโนมัติ
- กรณีซื้อขาย (Trading)
- ซื้อสินค้ามา → ต้นทุน = ราคาซื้อ + ค่าใช้จ่ายที่กระจาย (Landed Cost)
- ขายออก → ตัดสต็อกตาม Method ที่เลือก (FIFO / Average)
- กรณีการผลิต (Manufacturing)
- วัตถุดิบที่ใช้ (Raw Material) จะถูกตัดสต็อกและบันทึกเป็นต้นทุน
- ค่าแรง (Work Center / Labor Time) และค่าเครื่องจักรสามารถตั้งค่าให้ระบบคิดเป็นต้นทุนได้
- ต้นทุนรวม = Raw Material + Labor + Overhead
- กรณีงานบริการ (Service)
- ใช้ Timesheet ในการบันทึกเวลาทำงาน
- เวลาที่ลงไปจะถูกแปลงเป็นต้นทุน และเชื่อมกับ Project/Job
WIP (Work in Progress) ใน Odoo
ในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ Manufacturing และ Project-based Service มักเจอปัญหาคือ ต้นทุนยังไม่เสร็จสิ้น แต่ต้องการบันทึกเพื่อสะท้อนสถานะทางบัญชี → Odoo รองรับ WIP
- Manufacturing WIP
- เมื่อตัดวัตถุดิบเข้าสู่การผลิต → ระบบจะย้ายมูลค่าจาก Inventory → WIP Account
- เมื่อผลิตเสร็จ → ระบบจะย้ายจาก WIP → Finished Goods Account
- ผู้บริหารจึงเห็นว่า ณ เวลานี้ ต้นทุนที่อยู่ในกระบวนการเท่าไหร่
- Service WIP (Project/Timesheet)
- หากทีมงานลงเวลาทำงานแล้ว แต่ยังไม่วางบิล → ต้นทุนจะอยู่ในบัญชี WIP
- เมื่อปิดโปรเจกต์หรือออกบิล → ระบบย้ายจาก WIP → COGS
ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ
- ความโปร่งใสด้านต้นทุน → เห็นว่าแต่ละงาน/สินค้ากินต้นทุนจริงเท่าไร
- กำไรชัดเจนขึ้น → คำนวณได้ทั้ง Gross Margin และ Net Margin แบบ Real-time
- การคุมการเงินที่แข็งแรง → ลดการผิดพลาดจากการใช้ Excel หรือการคาดเดา
- ปรับกลยุทธ์ธุรกิจได้ไว → ตัดสินใจได้ว่าจะเพิ่มราคา, ลดต้นทุน หรือเปลี่ยนกระบวนการ
สรุป
การรู้ต้นทุนที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่อง “บัญชี” แต่คือ Core Pillar ของการบริหารธุรกิจ Odoo ERP ช่วยให้ข้อมูลต้นทุนเชื่อมโยงตั้งแต่การซื้อ → การผลิต → การขาย → การปิดงบการเงิน พร้อมทั้งรองรับ WIP ที่สะท้อนสถานะต้นทุนจริง ทำให้ผู้บริหารมั่นใจได้ว่า “ตัวเลขที่เห็น” คือ “ตัวเลขที่ใช่”
ด้วย Accurate Costing ผ่าน Odoo ERP → องค์กรสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาด